Safe & Save Pharmacy

โรคไหลตาย ภัยเงียบยามค่ำคืนที่พรากชีวิตโดยไม่เตือนล่วงหน้า

19 สิงหาคม 2569
โรคไหลตาย ภัยเงียบยามค่ำคืนที่พรากชีวิตโดยไม่เตือนล่วงหน้า

โรคไหลตาย ภัยเงียบยามค่ำคืนที่พรากชีวิตโดยไม่เตือนล่วงหน้า

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวเศร้าเกี่ยวกับการสูญเสียคนวัยหนุ่มสาวที่ดูแข็งแรงปกติ แต่กลับเข้านอนแล้วหลับไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความตกใจและทิ้งบาดแผลในใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสียอย่างมาก ปัญหาโรคไหลตายไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ได้เกิดจากสิ่งลี้ลับ หากแต่เป็นความผิดปกติทางร่างกายที่ซ่อนอยู่โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การตื่นขึ้นมาพบว่าคนที่เรารักจากไปอย่างกะทันหันเป็นความรู้สึกที่ไม่มีใครอยากเผชิญ

ข้อมูลทางการแพทย์และงานวิจัยล่าสุดพบว่า โรคไหลตาย มีสาเหตุที่อธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ การทำความเข้าใจกลไกของโรค ปัจจัยกระตุ้น และวิธีป้องกันที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จะช่วยปกป้องชีวิตของคุณและคนในครอบครัวจากภัยเงียบนี้ได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความจริงของโรคนี้เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคไหลตาย

โรคไหลตาย หรือในทางการแพทย์เรียกว่า กลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบนำไฟฟ้าในหัวใจ แม้ว่าโครงสร้างของหัวใจจะดูปกติดีทุกอย่าง แต่กระแสไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจเกิดความรวน ส่งผลให้หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงแบบสั่นพลิ้ว (Ventricular Fibrillation) เมื่อหัวใจบีบตัวไม่ได้ เลือดจึงไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายและสมอง ผู้ป่วยจะหมดสติภายในไม่กี่วินาที และเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาทีหากไม่ได้รับการกู้ชีพอย่างทันท่วงที

อ้างอิงจากข้อมูลของกรมการแพทย์ โรคนี้มีความเชื่อมโยงกับพันธุกรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ของยีน SCN5A ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการไหลเข้าออกของโซเดียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อยีนนี้ทำงานผิดปกติ เซลล์หัวใจจะไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและเกลือแร่ในเลือดมากกว่าคนทั่วไป ความผิดปกตินี้สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกได้ สถิติพบว่าโรคนี้มักเกิดกับผู้ชายวัยทำงานอายุระหว่าง 25 ถึง 55 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีถิ่นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

แนวทางดูแลตัวเองและคำแนะนำที่ปฏิบัติได้จริง

แม้จะเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่เราสามารถลดความเสี่ยงการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด

การคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องสำคัญมาก หากคุณมีประวัติบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือตัวคุณเองเคยมีอาการวูบ หมดสติโดยไม่มีเหตุผล ใจสั่นรุนแรง ควรไปพบแพทย์อายุรกรรมโรคหัวใจเพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ทันที การตรวจพบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบบรูกาดา จะช่วยให้แพทย์วางแผนการป้องกันได้อย่างแม่นยำ

สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษา แพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจจะเป็นผู้ประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด หากพบว่าผู้ป่วยเคยมีประวัติหัวใจหยุดเต้นมาก่อน หรือมีอาการวูบหมดสติร่วมกับคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ แพทย์มักจะแนะนำให้ฝังเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Implantable Cardioverter-Defibrillator หรือ ICD) การผ่าตัดฝังเครื่องมือนี้ไม่ใช่การผ่าตัดเปิดหน้าอกขนาดใหญ่ แต่เป็นการสอดสายไฟเส้นเล็กๆ ผ่านหลอดเลือดดำบริเวณใต้ไหปลาร้าเข้าไปในห้องหัวใจ และฝังตัวเครื่องที่มีขนาดเท่าตลับแป้งไว้ใต้ผิวหนัง เครื่องจะทำหน้าที่เป็นเหมือนหน่วยกู้ชีพส่วนตัวที่คอยเฝ้าระวังจังหวะการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง หากหัวใจเกิดการสั่นพริ้ว เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าไปรีเซ็ตระบบหัวใจภายในไม่กี่วินาที ถือเป็นวิธีที่ป้องกันการเสียชีวิตได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน

อีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญคือการให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม เนื่องจากความผิดปกตินี้สามารถถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้ การตรวจยีนของสมาชิกในครอบครัวสายตรงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือบุตร จะช่วยค้นหาผู้ที่มียีนแฝงแต่ยังไม่แสดงอาการ เพื่อเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า การรู้ตัวก่อนไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะต้องอยู่กับความหวาดผวา แต่เป็นการติดอาวุธทางความรู้เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นและดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย

นอกจากการรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ การดูแลสุขภาพทั่วไปก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพื่อรักษาสมดุลของเกลือแร่ และเรื่องสำคัญที่ต้องมีสติสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเองอยู่เสมอ หากรู้สึกใจสั่นผิดปกติ หน้ามืด หรือเจ็บหน้าอก ควรรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

สิ่งที่ต้องระวังและข้อห้ามเด็ดขาด

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไหลตาย มีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่างที่ต้องระวังและหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรงได้

อันดับแรกคือเรื่องของอุณหภูมิร่างกาย ภาวะไข้สูงเป็นตัวกระตุ้นที่อันตรายมากสำหรับผู้ป่วยโรคนี้ เมื่อมีไข้จะต้องรีบรับประทานยาลดไข้และเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด หากไข้ไม่ลดควรรีบไปพบแพทย์ทันที ห้ามปล่อยให้ไข้ขึ้นสูงเด็ดขาด

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอีกหนึ่งข้อห้ามที่สำคัญ แอลกอฮอล์ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบไฟฟ้าในหัวใจและทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งจะไปเปลี่ยนแปลงสมดุลของเกลือแร่ในเลือด ผู้ที่มีความเสี่ยงจึงควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดโดยเด็ดขาด การรับประทานอาหารมื้อใหญ่หรืออิ่มจนเกินไปก่อนเข้านอนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะกระบวนการย่อยอาหารที่ทำงานหนักอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทอัตโนมัติที่ไปกระตุ้นหัวใจได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไหลตาย

โรคไหลตายเกิดจากผีแม่ม่ายตามความเชื่อโบราณจริงหรือไม่?

ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด โรคไหลตายเกิดจากความผิดปกติของระบบนำไฟฟ้าในหัวใจอันเป็นผลมาจากการกลายพันธุ์ของยีน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับหรือผีแม่ม่าย การทำความเข้าใจสาเหตุทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง แทนที่จะเสียเวลาไปกับความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้

ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคไหลตายได้ไหม?

ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคไหลตายได้ แต่พบได้น้อยกว่าผู้ชายมาก เนื่องจากโรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้หญิงจึงสามารถรับยีนกลายพันธุ์มาได้เช่นกัน

การทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ทั่วไป สามารถตรวจพบโรคไหลตายได้เสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป บางครั้งคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยโรคไหลตายอาจดูปกติในช่วงเวลาที่ไปตรวจ แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษ เช่น การติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง (Holter Monitor) หรือการฉีดยากระตุ้นบางชนิดเพื่อดูลักษณะความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ หากมีความน่าสงสัยจากประวัติครอบครัว แพทย์จะทำการตรวจเชิงลึกเพื่อความแน่ใจ

ถ้ารู้ตัวว่ามีความเสี่ยง สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติไหม?

สามารถออกกำลังกายเบาถึงปานกลางได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากหรือการแข่งขันที่ทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไป การออกแรงมากเกินไปจนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ หรือทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นมาก อาจเป็นตัวกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ 

แหล่งอ้างอิง

  1. โครงการจีโนมิกส์ไทยแลนด์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.). (2024). การวิจัยทางพันธุกรรมและการแพทย์จีโนมิกส์ในโรคไหลตาย (SCN5A).

  2. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2022). การเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากโรคหัวใจ Sudden cardiac death (SCD) และโรคไหลตาย (Brugada Syndrome).

  3. โรงพยาบาลพระรามเก้า. (2023). โรคไหลตาย ไม่มีสัญญาณเตือน ภัยเงียบที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้: Brugada Syndrome.

  4. Brugada R, Campuzano O, Sarquella-Brugada G, Brugada P, Brugada J. (2014). Brugada syndrome. Methodist DeBakey Cardiovascular Journal.