ทุกนาทีมีค่า! รู้จักอาการ Stroke ก่อนสายเกินไป

ทุกนาทีมีค่า! รู้จักอาการ Stroke ก่อนสายเกินไป
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก อาการ Stroke ที่พบบ่อยคือ หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด และมีอาการแขนขาชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกอย่างฉับพลัน หากพบความผิดปกติเหล่านี้ต้องรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดภายใน 4.5 ชั่วโมง เพื่อรับการรักษาและลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิต
หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน? ทุกนาทีมีค่า! รู้จักอาการ Stroke ก่อนสายเกินไป
เวลาที่จู่ๆ คนใกล้ตัวมีอาการชาครึ่งซีก มือตก ถือของไม่อยู่ หรือพูดจาอ้อแอ้ฟังไม่รู้เรื่อง หลายคนมักคิดว่าเป็นแค่อาการเหนื่อยล้า พักผ่อนเดี๋ยวก็ดีขึ้น ความเชื่อผิดๆ แบบนี้ทำให้หลายครอบครัวต้องสูญเสียคนที่รัก หรือผู้ป่วยต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต อาการ Stroke ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การรู้เท่าทันความผิดปกติของร่างกายและรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องจะช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ช่วยรักษาชีวิตและฟื้นฟูการทำงานของเซลล์สมองให้กลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
ทำความเข้าใจความหมายและกลไกของโรคหลอดเลือดสมอง
สมองของมนุษย์เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการหลักที่ควบคุมการทำงานของทุกระบบในร่างกาย การที่เซลล์สมองจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนและสารอาหารจากเลือดอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดความผิดปกติกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ไม่ว่าจะเป็นการตีบตันจากลิ่มเลือด ไขมันพอกพูนตามผนังหลอดเลือด หรือหลอดเลือดปริแตกจนมีเลือดออกในเนื้อสมอง เซลล์สมองบริเวณนั้นจะเริ่มขาดออกซิเจนและทยอยตายลงภายในเวลาไม่กี่นาที กระบวนการนี้ส่งผลให้ร่างกายซีกที่ถูกควบคุมโดยสมองส่วนนั้นสูญเสียการทำงานไปอย่างเฉียบพลัน
รูปแบบของโรคหลอดเลือดสมองที่พบได้บ่อย
ความรุนแรงและแนวทางการรักษาจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของหลอดเลือดที่เกิดปัญหา ทางการแพทย์แบ่งโรคนี้ออกเป็น 2 ชนิดหลัก
ชนิดหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Stroke) พบได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 80 ของผู้ป่วยทั้งหมด เกิดจากลิ่มเลือดที่ก่อตัวขึ้นในหลอดเลือดสมองเอง หรือลิ่มเลือดจากหัวใจหลุดลอยตามกระแสเลือดมาอุดตัน หลอดเลือดที่ตีบแคบจากคราบพลัคไขมันก็เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก
ชนิดหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) พบได้ประมาณร้อยละ 20 เกิดจากผนังหลอดเลือดที่เปราะบางแตกออก เลือดที่ไหลซึมออกมาจะสร้างแรงดันบีบอัดเนื้อสมองรอบข้าง ผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อนและอาจหมดสติอย่างรวดเร็ว
สัญญาณเตือน อาการ Stroke ที่ต้องจำให้แม่น
หลักการจำที่แพทย์ทั่วโลกแนะนำให้ประชาชนทั่วไปใช้สังเกตความผิดปกติคือหลัก F.A.S.T. ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย
Face (ใบหน้า): สังเกตใบหน้า หากพบว่าใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งตกลงมา มุมปากตกเวลายิ้ม หรือมีน้ำลายไหลออกจากมุมปาก แสดงว่ากล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มอ่อนแรง
Arm (แขนขา): ทดสอบกำลังแขนขา ให้ผู้ป่วยลองยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกัน หากแขนข้างใดข้างหนึ่งตกลงมา ยกไม่ขึ้น หรือมีอาการชาครึ่งซีกแบบเฉียบพลัน ถือเป็นสัญญาณอันตราย
Speech (การพูด): ประเมินการพูดและการสื่อสาร ผู้ป่วยอาจมีอาการพูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้เหมือนคนเมา ลิ้นแข็ง หรือบางรายอาจนึกคำพูดไม่ออกและไม่สามารถทำความเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดได้
Time (เวลา): เวลาถือเป็นสิ่งมีค่าที่สุด หากพบอาการข้างต้นแม้เพียงข้อเดียว ต้องรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการ
ช่วงเวลาทอง 4.5 ชั่วโมงและการรับมือที่ถูกต้อง
เมื่อเซลล์สมองขาดเลือด เวลาทุกนาทีหมายถึงจำนวนเซลล์สมองที่สูญเสียไปนับล้านเซลล์ ทางการแพทย์จึงกำหนดช่วงเวลา 4.5 ชั่วโมงแรกนับตั้งแต่เริ่มมีอาการเป็นช่วงเวลาทอง หากผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาลและได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว แพทย์อาจพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ ยาตัวนี้จะช่วยสลายลิ่มเลือดที่อุดตันและเปิดทางให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองได้ทันเวลา โอกาสที่ผู้ป่วยจะรอดชีวิตและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติจะมีสูงมาก
ผู้ดูแลควรตั้งสติและโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ทันที การเรียกรถพยาบาลมีข้อดีตรงที่ทีมแพทย์ฉุกเฉินสามารถประเมินอาการเบื้องต้นและประสานงานกับโรงพยาบาลปลายทางเพื่อเตรียมความพร้อมของทีมรักษาและเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ล่วงหน้า การทำเช่นนี้ช่วยร่นระยะเวลาเมื่อไปถึงโรงพยาบาลได้อย่างมหาศาล
ข้อควรระวังและพฤติกรรมเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง
ปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดสมองเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรมีทั้งสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่างอายุที่เพิ่มขึ้น และสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้คือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงหลักที่หลอดเลือดจะตีบหรืออุดตันได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์จัดเป็นตัวเร่งให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและเปราะบางเร็วกว่าปกติ
ข้อห้ามที่เด็ดขาดที่สุดเมื่อพบผู้ที่มีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมองคือ ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานยาแก้ปวด ยาลดความดัน หรือยาละลายลิ่มเลือดอย่างแอสไพรินด้วยตัวเอง การให้ยาดังกล่าวโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากเส้นเลือดตีบหรือแตก อาจทำให้เลือดออกในสมองรุนแรงขึ้นจนถึงแก่ชีวิต ห้ามใช้วิธีเจาะปลายนิ้วเพื่อรักษาตามความเชื่อผิดๆ เพราะไม่ได้ผลและทำให้เสียเวลาในการเดินทางไปโรงพยาบาล ห้ามป้อนน้ำหรืออาหารให้ผู้ป่วยหากผู้ป่วยมีอาการซึมลงหรือกลืนลำบาก เพื่อป้องกันการสำลักลงปอด
ไขข้อข้องใจเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมอง สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้หากไปพบแพทย์ภายในช่วงเวลา 4.5 ชั่วโมงแรก หากเซลล์สมองยังไม่ตายถาวร การได้รับยาละลายลิ่มเลือดหรือการรักษาด้วยสายสวนหลอดเลือดสมองจะช่วยฟื้นฟูเนื้อสมองให้กลับมาทำงานได้ดี ทว่าหากปล่อยทิ้งไว้นาน เซลล์สมองจะตายอย่างถาวรและทิ้งร่องรอยความพิการไว้
หากมีอาการชาครึ่งซีกแล้วดีขึ้นเองภายในไม่กี่นาที ต้องไปโรงพยาบาลอีกไหม?
ต้องไปพบแพทย์ทันที อาการที่เกิดขึ้นเฉียบพลันแล้วหายไปเองเรียกว่าภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่รุนแรงมาก ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดถาวรตามมาภายในเวลาไม่กี่วัน การไปตรวจเช็คและรับยาป้องกันจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้
คนอายุน้อยมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่?
เกิดได้แน่นอน ปัจจัยเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในผู้สูงอายุ วัยรุ่นหรือวัยทำงานที่มีภาวะอ้วน สูบบุหรี่จัด มีความเครียดสะสม หรือมีความผิดปกติของหลอดเลือดสมองแต่กำเนิด มีสิทธิ์เกิดหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตันได้เช่นกัน การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจในทุกช่วงวัย
การทานอาหารเสริมช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้จริงหรือ?
ไม่มีอาหารเสริมใดที่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ การทานวิตามินหรือสารสกัดบางชนิดอาจช่วยบำรุงหลอดเลือดและลดอนุมูลอิสระได้บ้าง แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการคุมอาหาร ลดหวานมันเค็ม และออกกำลังกายสม่ำเสมอ การพึ่งพาอาหารเสริมเพียงอย่างเดียวโดยละเลยการควบคุมโรคประจำตัวย่อมไม่เกิดผลดี
ก้าวต่อไปเพื่อสุขภาพสมองและหลอดเลือดที่แข็งแรง
การดูแลสุขภาพหลอดเลือดเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เลือกทานอาหารที่มีกากใยสูง ลดปริมาณโซเดียมและไขมันอิ่มตัว หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที และตรวจเช็คระดับความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณมีผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่ในบ้าน การจดจำสัญญาณเตือนของ อาการ Stroke จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยรักษาชีวิตของพวกเขาไว้ในยามฉุกเฉิน
เภสัชกรแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนเริ่มรับประทานยาหรืออาหารเสริมชนิดใหม่ เพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย
แหล่งอ้างอิง:
1. World Health Organization (WHO). Cerebrovascular disease (Stroke). 2022.
2. American Heart Association/American Stroke Association. Guidelines for the Early Management of Patients With Acute Ischemic Stroke. Stroke. 2019;50(12):e344-e418.
3. Sacco RL, Kasner SE, Broderick JP, et al. An updated definition of stroke for the 21st century. Stroke. 2013;44(7):2064-2089.
4. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสำหรับประชาชน. 2565.
