Safe & Save Pharmacy

เส้นเลือดขอด (Varicose Vein) คืออะไร? สาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยง

โดย 365wecare· 5 พฤษภาคม 2569
เส้นเลือดขอด (Varicose Vein) คืออะไร? สาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยง

เส้นเลือดขอด (Varicose Vein) คือภาวะที่หลอดเลือดดำโป่งพองผิดปกติ พบบ่อยบริเวณขาและเท้า เกิดจากลิ้นควบคุมการไหลเวียนเลือดเสื่อมสภาพ ทำให้เลือดไหลย้อนกลับและคั่งอยู่ สาเหตุหลักเกิดจากอนุมูลอิสระทำลายหลอดเลือดดำและผนังหลอดเลือดไม่แข็งแรง ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่น อายุ เพศ พันธุกรรม น้ำหนักตัว การตั้งครรภ์ และพฤติกรรมการยืนหรือนั่งนาน อาการมีตั้งแต่รอยนูนเล็กน้อยไปจนถึงอาการปวด บวม ผิวหนังเปลี่ยนสี และอาจเกิดแผลได้ การป้องกันและการรักษาทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ไปจนถึงการใช้ยา และการทำหัตถการทางการแพทย์ภายใต้การดูแลของแพทย์

เส้นเลือดขอดคืออะไร มันมาได้ยังไงกันนะ?

 เส้นเลือดขอด (Varicose Vein) เป็นอาการหลอดเลือดดามีความผิดปกติ โป่งพองขึ้น พบบ่อยที่บริเวณขาและเท้า โดยลิ้นเปิด ปิดของหลอดเลือดดา ซึ่งทาหน้าที่ป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ เริ่มเสื่อมสภาพจนเกิดความผิดปกติของลิ้นและผนังหลอดเลือดเกิดขึ้น เลือดไม่สามารถไหลผ่านไปได้หมด ทาให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าสู่หัวใจได้ไม่ดี จึงเกิดการคั่ง และเกิดการขยายตัวของเส้นเลือด จนในที่สุดโป่งพองออกจนกลายเป็นเส้นเลือดขอด เห็นชัดเจนบริเวณใต้ผิวหนัง ส่วนมากจะเกิดขึ้นที่ต้นขา มีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆเหมือนใยแมงมุม

ลักษณะอาการ

   ช่วงแรกๆ มักจะไม่มีอาการอะไรเลย อาจพบเพียงรอยนูนของเส้นเลือด หากยืนนานๆ ในตอนเป็นอาจมีความรู้สึกปวดหรือเท้าหนักๆ อาจรู้สึกเจ็บหรือคันที่ตัวเส้นเลือดขอดเองได้ เท้าจะบวมขึ้น เป็นตะคริว ถ้าเป็นมากขึ้นอาจจะมีการอักเสบที่เส้นเลือดขอดบริเวณผิวหนัง จะเป็นสีแดงเรื่อๆ หรือแตกเป็นแผลเลือดไหลได้ ขึ้นอยู่กับระยะของคนไข้

สาเหตุของเส้นเลือดขอด

   สาเหตุหลักของการเกิดเส้นเลือดขอด คือ เกิดจากอนุมูลอิสระมาทาลายลิ้นเปิด ปิดของหลอดเลือดและหลอดเลือดดาไม่แข็งแรง เนื่องจากชั้นคอลลาเจนที่ผนังหลอดเลือดเริ่มเสื่อมสภาพนั่นเอง จึงทำให้เกิดการคั่งของเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลผ่านไปได้หมด เลือดจึงไหลย้อนกลับเข้าสู่หัวใจได้ไม่ดี เกิดการคั่งและเกิดการขยายตัวของเส้นเลือด จนในที่สุดโป่งพองออกจนกลายเป็นเส้นเลือดขอด

ปัจจัยเสี่ยงของเส้นเลือดขอด

▶ อายุที่มากขึ้นทำให้ประสิทธิภาพของลิ้นในหลอดเลือดดำเสื่อมลง เนื่องจากหลอดเลือดดำและกล้ามเนื้อจะสูญเสียความยืดหยุ่นทำให้แรงดันภายในหลอดเลือดผิดปกติได้ นอกจากนี้ผนังหลอดเลือดที่ถูกใช้งานมานานก็จะบางลง

▶ เพศ ซึ่งเพศหญิงมีโอกาสเกิดมากกว่าเพศซาย

▶ พันธุกรรม อาจเพิ่มความเสี่ยงหากมีคนในครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอด ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของเนื้อเยื่อในหลอดเลือดดำตั้งแต่กำเนิด

▶ น้ำหนักตัวเยอะ เกิดแรงดันบนหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งเสือดกลับไปเลี้ยงหัวใจ ส่งผลให้เกิดแรงดันที่ลิ้นหลอดเลือดสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการรั่วของเสือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในผู้ป่วยเพศหญิง

▶ หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มสูงขึ้นรวมถึงผนังหลอดเลือดคลายตัวทำให้ลิ้นของหลอดเลือดทำงานบกพร่อง ความเสี่ยงจะเพิ่มตามอายุครรภ์และจำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์

▶ ผู้ประกอบอาชีพหรือมีพฤติกรรมที่จำเป็นต้องยืนหรือนั่งทำทางเดิมเป็นเวลานานและการใส่รองเท้าส้นสูง เช่น พนักงานขายในห้างสรรพสินค้า พนักงานเก็บเงินบนรถโดยสาร เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดหลอดเลือดดำขอดมากขึ้นเนื่องจากความดันของหลอดเลือดดำที่เพิ่มขึ้นจากการยืนเป็นเวลานานและการไหลเวียนของเลือดไม่ดี

▶ ขาดการออกกำลังกายส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี

▶ การสูบบุหรี่ เนื่องจ กในบุหรี่มีสารจำพวกไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) มีผลทำลายเนื้อเยื่อในหลอดเลือดดำและ

เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ความรุนแรงของอาการเส้นเลือดขอด แบ่งเป็น 6 ระยะ 

  • ระยะที่ 1 เส้นเลือดมีลักษณะคล้ายใยแมงมุม มักมีขนาดน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร

  • ระยะที่ 2 เส้นเลือดเริ่มปูดเป็นตัวหนอน ขนาดใหญ่มากกว่า 3 มิลลิเมตร และมีอาการปวดเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน เช่น นั่ง เดิน หรือ ยืน

  • ระยะที่ 3 เริ่มมีอาการขาบวม และปวดมากขึ้นถึงแม้จะใช้งานในระยะเวลาสั้น ๆ

  • ระยะที่ 4 สีผิวที่ขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำเข้มขึ้น ซึ่งเป็นภาวะอักเสบของผิวหนัง

  • ระยะที่ 5 แผลหายจากการรักษา แต่ยังมีลักษณะอื่น ๆ ร่วม เช่น ผิวหนังที่เปลี่ยนสีเป็นสีดำ

  • ระยะที่ 6 เกิดแผลที่เป็นลักษณะเฉพาะของแผลบริเวณหลอดเลือดดำ เช่น ขอบแผลแดง

การป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอด

  • เลี่ยงการยืนเป็นระยะเวลานาน ปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องยืนเป็นระยะเวลานาน

  • เลี่ยงการสวมเสื้อผ้าหรือถุงน่องที่รัดมากๆ และรองเท้าส้นสูง

  • ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิต

  • ตรวจสุขภาพประจำปี

  • สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ ควรงดหรือเข้าร่วมโครงการเลิกบุหรี่เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเสือดในอนาคต

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

การรักษาเส้นเลือดขอด

   ในปัจจุบันมีการรักษาเส้นเลือดขอตหลายวิธีด้วยกัน

  •  การใช้ยา ขนาดยาแนะนำในการใช้ Daflon สำหรับการรักษาเส้นเลือดขอดคือรับประทานวันละ 1000 mร ซึ่งไม่มีการกำหนดระยะเวลาในกรรักษาที่แน่ชัด แต่การศึกษาส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 2-6 เดือน ด้านอาการข้างเคียง

ของยา ได้แก่ ผื่นคัน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดหัว พบว่าอาการข้างเคียงส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดไม่รุนแรงและไม่จำเป็นต้องหยุดยา

  •  การใช้อุปกรณ์ เช่น ถุงเท้า support

  •  การทำหัตถการ เช่น การฉีดสารเพื่อบำบัดภาวะหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังโป่งพอง การผ่าตัดนำหลอดเลือดที่มีปัญหาออก การใช้เลเชอร์ โดยการรักษาเหล่านี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

  •  การรักษาแบบผ่าตัด เหมาะสำหรับคนไข้ที่เริ่มมีอาการ ตั้งแต่ระยะ 2 ขึ้นไป โดยในปัจจุบันมีการผ่าตัดรักษาแบบแผลเล็ก ได้ผลดีเทียบเท่ากับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม สามารถทำได้ทั้งแบบใช้ความร้อนทำลายหลอดเลือด คือ

การทำเลเซอร์ หรือ ใช้คลื่นวิทยุ และแบบไม่ใช้ความร้อน คือการฉีดสารเคมี หรือ ใส่กาววิทยาศาสตร์ เพื่อเข้าไปทำลายผนังหลอดเลือดดำจนไม่มีเลือดไหลผ่าน ซึ่งวิธีนี้เป็นการผ่าตัดสมัยใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม และให้ผล

การรักษาที่ดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ทำให้มีแผลขนาดเล็กประมาณ 2 - 3 มม. เจ็บน้อย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า

เส้นเลือดขอดกับการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการคั่งของเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณขา และช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องซึ่งทำหน้าที่คล้ายปั๊มช่วยส่งเลือดกลับสู่หัวใจ

ประเภทการออกกำลังกายที่เหมาะสม

  • การเดินเร็ว วันละ 20–30 นาที

  • ว่ายน้ำ ช่วยลดแรงกดที่ขาและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

  • ปั่นจักรยาน ทั้งแบบกลางแจ้งหรือจักรยานอยู่กับที่

  • ยกส้นเท้าขึ้น-ลง (Calf raise) เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อน่อง

  • โยคะบางท่า ที่ช่วยยกขาสูงเหนือระดับหัวใจ

ข้อควรระวัง

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องยืนนิ่งเป็นเวลานาน

  • หลีกเลี่ยงการยกน้ำหนักหนักมากโดยไม่มีคำแนะนำ

  • หากมีอาการบวม ปวด หรือแผลเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย

การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยชะลอความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

อาหารที่ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด

โภชนาการมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ลดการอักเสบ และช่วยควบคุมน้ำหนักตัว

กลุ่มอาหารที่แนะนำ

  • อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี
    ช่วยลดอาการท้องผูก ซึ่งเป็นปัจจัยเพิ่มแรงดันในหลอดเลือดดำ

  • อาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี
    ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง

  • อาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์ เช่น เบอร์รี องุ่น หัวหอม
    ช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการไหลเวียนเลือด

  • อาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทะเล
    ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือด

ควรหลีกเลี่ยง

  • อาหารเค็มจัด

  • อาหารไขมันสูง

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การควบคุมน้ำหนักและรับประทานอาหารสมดุลร่วมกับการออกกำลังกาย จะช่วยลดแรงดันในหลอดเลือดดำและชะลอการลุกลามของเส้นเลือดขอดได้

 

 

 

#เส้นเลือดขอด