Safe & Save Pharmacy

ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Respiratory Allergy) คืออะไร? อาการและชนิดที่พบได้บ่อย

โดย 365wecare· 12 พฤษภาคม 2569
ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Respiratory Allergy) คืออะไร? อาการและชนิดที่พบได้บ่อย

ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ คือภาวะที่เยื่อบุโพรงจมูกหรือหลอดลมเกิดการอักเสบเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น หรือมลภาวะ ทำให้เกิดอาการ จาม คัดจมูก ไอเรื้อรัง อาจลุกลามเป็นหอบหืดหรือไซนัสอักเสบได้ โดยมีสาเหตุจากทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม การเข้าใจชนิดและอาการจะช่วยให้รับมือและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ทันท่วงที.

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจและหอบหืด

ภูมิแพ้อากาศและหอบหืดอันตรายไหม? เจาะลึกสาเหตุจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม วิธีสังเกตอาการหายใจวี๊ดในเด็ก พร้อมแนวทางป้องกันไซนัสอักเสบและภาวะนอนกรนอย่างได้ผล

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เรื่องไม่เล็ก ที่พบได้บ่อย อาการภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ชนิดนี้ จะเกี่ยวข้องกับจมูก เพราะจมูกเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบทางเดินหายใจ เพื่อใช้กรองฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอม และใช้ปรับอุณหภูมิของร่างกาย ก่อนที่จะผ่านลงไปสู่หลอดลม ซึ่งภายในจมูกจะมีโพรงจมูก และเมื่อเยื่อบุโพรงจมูกสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็จะเกิดการอักเสบ

ผู้เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดนี้ จะมีการตอบสนองทางกลิ่นหรืออากาศที่หายใจเข้าไปค่อนข้างสูง และไวกว่าคนปกติ โดยเฉพาะกับเกสรดอกไม้ ฝุ่น ไรฝุ่น ควันต่างๆ และขนสัตว์ อาจมีอาการทางจมูก ตา และ หอบหืด เป็นความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่อสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการแพ้ และจากปฏิกิริยาการแพ้จะมีการอักเสบที่เกิดจากปฏิกิริยาแพ้จากการได้รับปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ มลภาวะหรือปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ เช่น การได้รับน้ำนมจากมารดาน้อย ควันบุหรี่ ความเครียดก่อนคลอด อาการเริ่มแรกของหอบหืด คือ หายใจมีเสียงวี๊ด ไอแห้ง แน่หน้าอก หายใจลำบาก การอักเสบเรื้อรังทำให้หลอดลมเกิดการบีบรัดตัวมากกว่าปกติ

วิธีแยกอาการภูมิแพ้อากาศและหอบหืด

หลายคนมักสงสัยว่าอาการที่ตนเองเป็นอยู่คือภูมิแพ้ปกติหรือลุกลามไปเป็นหอบหืดแล้ว สิ่งสำคัญคือการสังเกต "เสียงหายใจ" และ "ความแน่นหน้าอก" หากมีอาการไอเรื้อรังร่วมกับเสียงวี๊ดในขณะหายใจ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าหลอดลมเริ่มมีการบีบตัวและอักเสบ ซึ่งต้องได้รับการดูแลที่เข้มงวดกว่าอาการแพ้อากาศทั่วไป

 

อาการภูมิแพ้ทางเดินหายใจหรือโรคแพ้อากาศ แบ่งได้เป็น 2 ชนิด 

 

✿ อาการภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis) เกิดอาการแตกต่างกัน ได้แก่ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก หรือมีเสมหะไหลลงคอ อาจนำไปสู่ภาวะไซนัสอักเสบเรื้อรัง น้ำตาไหล เปลือกตาบวม ผู้ป่วยอาจมีอาการตามฤดู หรือเป็นตลอดทั้งปี 

✿ อาการหอบหืด (Asthma) เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ ก่อให้เกิดอาการอักเสบของหลอดลมตามมา ทำให้หอบหายใจมีเสียงดัง 

 

ภูมิแพ้ในเด็กเกิดจากอะไร

คำถามที่พบบ่อยสำหรับพ่อแม่คือ "ลูกเป็นภูมิแพ้เพราะกรรมพันธุ์ใช่ไหม?" ข้อมูลพบว่าพันธุกรรมคือ "ต้นทุน" ความเสี่ยง แต่สิ่งแวดล้อมคือ "ตัวจุดชนวน" แม้ไม่มีประวัติในครอบครัว แต่การได้รับมลพิษหรือสารก่อภูมิแพ้ปริมาณมากต่อเนื่อง ก็สามารถกระตุ้นให้เด็กแสดงอาการภูมิแพ้ขึ้นมาได้เช่นกัน

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ 

 โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยด้วยกัน 

✿ พันธุกรรม การที่เด็กมีคุณพ่อคุณแม่ ญาติพี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้ ทำให้เด็กมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าคนอื่นเปรียบเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ใกล้โผล่ขึ้นมา หากเด็กเจอสารก่อภูมิแพ้เพียงเล็กน้อยสามารถเกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นมาได้ตั้งแต่เล็ก 

✿ สิ่งแวดล้อม เด็กได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ทางเดินหายใจ เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง แมลงสาบ เชื้อรา เป็นต้น เด็กบางคนอาจไม่มีปัจจัยทางพันธุกรรม แต่ถ้าเจอสารก่อภูมิแพ้ในสภาพแวดล้อมในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน อาการภูมิแพ้สามารถปรากฎได้ รวมถึงกลิ่นฉุนต่างๆ เช่น กลิ่นบุหรี่ เด็กที่ได้รับการกระตุ้นระบบทางเดินหายใจด้วยการสูดกลิ่นบุหรี่เข้าไป มีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงกว่าเด็กอื่น และเด็กที่มีโรคภูมิแพ้ หากได้รับไวรัส RSV เข้าไป หลอดลมจะไวมาก เด็กบางคนอาจมีภาวะหลอดลมไวต่อเนื่องอีกหลายเดือนหรือเป็นปีถึงแม้จะหายขาดจากโรคแล้วก็ตาม 

 

ไรฝุ่นและสิ่งกระตุ้นอาการหอบหืดที่ต้องเลี่ยง

นอกเหนือจากสารก่อภูมิแพ้ทั่วไป "กลิ่นน้ำหอมและควันบุหรี่" คือปัจจัยกระตุ้นที่คนมักมองข้าม สารเคมีที่ให้กลิ่นหอมแรงสามารถทำให้หลอดลมที่ไวอยู่แล้วเกิดการตีบตัวได้ทันที การควบคุมสภาพแวดล้อมในบ้านให้ "สะอาดและไร้กลิ่น" จึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา

ปัจจัยและสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืด 

 สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง ละอองเกสร 

 เป็นหวัด ติดเชื้อไวรัส 

 การออกกำลังกายหนักเกินไป 

 ยาและอาหารบางชนิด 

 ภาวะจิตใจวิตกกังวล 

 มลภาวะทางอากาศ ควันบุหรี่ ควันเผาไหม้ต่างๆ สารเคมีต่างๆ 

 การใช้น้ำหอมหรือสเปรย์กลิ่นแรงๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมใช้ตามร่างกาย หรือน้ำหอมปรับอากาศ รวมทั้งกลิ่นของสีและน้ำยาขัดล้างเคลือบเครื่องเรือนต่างๆ 

 เกสรดอกไม้ ดอกหญ้าต่างๆ หรือเชื้อราที่อยู่ตามที่ต่างๆ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น และภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศก็อาจกระตุ้นความรุนแรงของอาการแพ้ทางเดินหายใจได้ ด้วยปฏิกิริยาภูมิแพ้มักเกิดคู่กัน 

 

ผลเสียของภูมิแพ้เรื้อรัง ไซนัสอักเสบ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

อาการแทรกซ้อนที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่การจาม แต่คือ "ภาวะสมองขาดออกซิเจน" จากการนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการและสมาธิ การปล่อยให้เด็กคัดจมูกเรื้อรังจึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นเรื่องที่ต้องรักษาเพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของลูกในระยะยาว

อาการแทรกซ้อนของโรงคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

 โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจในเด็ก ถ้าทิ้งไว้นานหรือไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง แต่เนิ่นๆ อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ เช่น 

 อาการแทรกซ้อนของภูมิแพ้ทางเดินหายใจส่วนบน : ไซนัสอักเสบและภาวะนอนกรน ไซนัสอักเสบเกิดจากการเป็นหวัดเรื้อรัง หากเด็กเป็นภูมิแพ้ในโพรงจมูกแล้วรักษาหวัดไม่หายขาด ทำให้มีโอกาสเป็นไซนัสอักเสบได้ สำหรับภาวะนอนกรนของเด็กเกิดจากต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโต ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น หากเป็นมากเด็กอาจหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ระหว่างหลับสนิททำให้สมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยง และมีการคั่งของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายได้ ซึ่งจะทำให้มีผลเสียต่ออวัยวะสำคัญหลายอย่าง เช่น สมอง หัวใจ รวมถึงทำให้เด็กนอนหลับไม่เต็มที่และมีอาการง่วง อ่อนเพลีย สมาธิสั้นในเวลากลางวัน 

อาการแทรกซ้อนของภูมิแพ้ทางเดินหายใจส่วนล่าง : ภาวะหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคหอบหืด ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจที่ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์เฉพาะทางอาจต้องมีการใช้ยารักษาต่อเนื่องระยะยาวได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ